วันพุธที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2556

สินค้า (ปุ๋ย A,B,C,K)

สำหรับวิธีการผสม และการใช้งานสามารถอ่านได้จากบทความด้านล่าง




1. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 1 ลิตร ราคา/ชุดละ 100 บาท x 1 ชุด = 100 บาท
ค่าส่ง ems = 80 บ., ลงทะเบียน = 50 บ., พัสดุธรรมดา = 30 บ.


2. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 2 ลิตร ราคา/ชุดละ 100 บาท x 2 ชุด = 200 บาท
ค่าส่ง ems = 100 บ., ลงทะเบียน = 70 บ., พัสดุธรรมดา = 50 บ.


3. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 3 ลิตร ราคา/ชุดละ 100 บาท x 3 ชุด = 300 บาท
ค่าส่ง ems = 120 บ., ลงทะเบียน = 80 บ., พัสดุธรรมดา = 60 บ.


4. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 4 ลิตร ราคา/ชุดละ 100 บาท x 4 ชุด = 400 บาท
ค่าส่ง ems = 140 บ., พัสดุธรรมดา = 70 บ.


5. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 5 ลิตร ราคา/ชุดละ 90 บาท x 5 ชุด = 450 บาท
ค่าส่ง ems = 160 บ., พัสดุธรรมดา = 80 บ.


6. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 10 ลิตร ราคา/ชุดละ 70 บาท x 10 ชุด = 700 บาท
ค่าส่ง ems = 290 บ., พัสดุธรรมดา = 120 บ.


7. ปุ๋ย A, B (แบบผง) อย่างละ 20 ลิตร ราคา/ชุดละ 55 บาท x 20 ชุด = 1,100 บาท
ค่าส่ง ems = 550 บ., พัสดุธรรมดา = 220 บ.

หมายเหตุ

* สำหรับ ปุ๋ย A,B จำนวน 10 ชุด และ 20 ชุด ต้องแยกจัดส่งจากสินค้าชนิดอื่น 
เนื่องจากปุ๋ยมีน้ำหนักค่อนข้างมากอาจจะทำให้สินค้าอื่นเสียหายได้

* วิธีการผสมปุ๋ย,ใช้งาน รวมถึงคุณสมบัติของปุ๋ย สามารถอ่านได้จากบทความด้านล่างของเพจนี้ครับ

*******************************************************************************

8. ปุ๋ย C แคลเซียม-โบรอนพลัส (แบบผง)  (ผสมเป็นแม่ปุ๋ย 1 ลิตร)   ราคา 60 บาท
ปุ๋ย C จำนวน 1 ลิตร ผสมน้ำฉีดพ่นหรือให้ทางรากได้ประมาณ 300 - 500 ลิตร  (อัตราส่วน ปุ๋ย 2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร)

แคลเซียม เป็นธาตุอาหารพืชที่ช่วยในการสร้างเซลส์ส่วนประกอบต่างๆ ในพืช, ช่วยในการผสมเกสร ในพืชทำได้ง่ายขึ้น,  ช่วยให้พืชนำพาน้ำและธาตุอาหารหลักต่างๆ ไปส่วนต่างๆ ได้อย่างเป็นปกติ และช่วยป้องกันและลดการเกิด Tip burn ในสลัดได้อีกด้วย

- โบรอน ช่วยในการออกดอกและการผสมเกสร มีบทบาทสำคัญในการติดผลและการเคลื่อนย้ายน้ำตาลมาสู่ผลได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนช่วยให้นำพาธาตุแคลเซียม Ca เข้าสู่ส่วนต่างๆ พืชได้ง่ายขึ้น

*******************************************************************************

9. ปุ๋ย K โพแทสเซียม ซัลเฟต  ขนาด 100 กรัม  (ผสมเป็นแม่ปุ๋ย 1 ลิตร) ราคา 20 บาท
ปุ๋ย K จำนวน 1 ลิตร ผสมน้ำไปใช้งานได้ประมาณ 300 - 500 ลิตร 
(อัตราการใช้ 2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร)  โดยฉีดพ่นทางใบสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง หรือผสมน้ำให้ทางรากก็ได้

- โพแทสเซียม  ช่วยในการสังเคราะห์น้ำตาล แป้ง และโปรตีน ทำหน้าที่ส่งเสริมการเคลื่อนย้ายของน้ำตาลจากใบไปยังผล ช่วยเร่งกระบวนการเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาลเพื่อช่วยให้ผลไม้มีรสหวาน และทำให้คุณภาพของผลผลิตดีขึ้น มีปริมาณเนื้อ, สีสรรสวยงาม หากนำมาใช้กับพืชทานต้นหรือผักทานใบจะทำให้ผักคงสภาพความสด ไม่เฉาง่ายเมื่อตัดนำส่งตลาด อีกทั้งยังช่วยให้ผักสลัดใบแดงมีสีเข้มขึ้นอีกด้วย การเสริมปุ๋ย K ในพืชอย่าให้มากเกินไป ซึ่งจะมีผลต่อการดูดซึมธาตุแคลเซียมของพืชได้ทำให้พืชขาดธาตุแคลเซียมและเกิดอาการขอบใบไหม้ได้

********************************************************************************
* สามารถอ่านวิธีผสมปุ๋ย, การใช้งาน, การเก็บรักษา รวมถึงคุณสมบัติของสินค้าได้จากบทความด้านล่าง



วิธีการสั่งซื้อ :

1. ลูกค้าสอบถามรายละเอียดสินค้าและแจ้งรายการสั่งซื้อได้ที่
(ช่องทาง รับออเดอร์ และรับฝากคำถาม สะดวกที่สุดคือทาง Line และทาง E-mail)

สำนักงานใหญ่ (อ.เมือง  จ.เชียงใหม่)
คุณเอก   โทร.087-177-6447
อีเมล์       : zen-hydroponics@hotmail.com

Line ID  : @mnt0664n


Line ID  : zenhydro



สาขาหางดง (อ.หางดง  จ.เชียงใหม่)
คุณตู่   โทร.086-184-7751

Line ID  : @wht6763k






Line ID  : 0861847751







2. ทางเซนฯ แจ้งยอดชำระ (พร้อมวิธีจัดส่งให้ลูกค้าเลือก)

3. ลูกค้าเลือกวิธีการจัดส่ง พร้อมโอนเงินชำระค่าสินค้า+ค่าจัดส่ง


ธนาคารสำหรับชำระค่าสินค้า
ธนาคารกสิกรไทย สาขา กาดฝรั่ง (เชียงใหม่)
ชื่อบัญชี นาย เอกชัย นำเจริญ
ประเภทออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 500-2-08020-8


4. ลูกค้าแจ้งการรายละเอียดการชำระเงิน และชื่อ-ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าที่
คุณ เอก   โทร.087-177-6447   (สำนักงานใหญ่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่)
คุณ ตู่       โทร.086-184-7751   (สาขา อ.หางดง เชียงใหม่)
อีเมล์       : zen-hydroponics@hotmail.com
Line ID  : zenhydro


ข้อมูลที่ลูกค้าต้องแจ้งหลังจากโอนเงินชำระค่าสินค้าและค่าจัดส่ง
              - โอนเข้าธนาคาร ......................................................
              - วันที่โอน...................................................................
              - เวลาที่โอน ...............................................................
              - ยอดเงินที่โอน ..........................................................
              - ชื่อ,สกุลผู้รับสินค้า ....................................................
              - ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า .............................................
              - เบอร์โทรลูกค้า ..........................................................

5. หลังจากรับแจ้งการโอนเงินจากลูกค้า ทางเซนฯ จะตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อย
จึงทำการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า และแจ้งการจัดส่งให้ลูกค้าทราบอีกครั้งหนึ่ง


เงื่อนไข
* ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้ากรุณาอย่าพึ่งโอนเงินค่าสินค้ามาจนกว่าจะได้รับการยืนยันยอดการโอน

* กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการกรุณาแจ้งให้ทางเซนฯ ทราบก่อนทำการโอนเงิน เพื่อให้ทางเซนฯ คำนวณยอดสินค้าและค่าจัดส่งให้ลูกค้าทราบใม่อีกครั้ง

* ก่อนทำการโอนเงินลูกค้าทำการตรวจสอบรายการสินค้าหรือยอดรวมเงินก่อนทุกครั้ง หากรายการสินค้าไม่ครบถ้วนหรือยอดรวมเงินผิดพลาด ให้ลูกค้าโต้แย้งเพื่อให้ทางเซนฯ ทำการรวมยอดใหม่อีกครั้ง

*  ทางเซนฯ จะทำการจัดส่งสินค้าทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ โดยตัดรอบส่งประจำวันเวลา 10.00 น. ทางเซนฯยกเว้นส่งสินค้าใน วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดทำการไปรษณีย์ 

* การแจ้งรหัสติดตามสินค้า จะแจ้งให้ลูกค้าทราบหลังเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป  หากลูกค้ายังไม่ได้รับแจ้งหมายเลขการจัดส่งสินค้าในวันนัดส่งหลังเวลา 16.00 น. ให้สอบถามหรือติดต่อเข้ามาสอบถามได้

* ลูกค้าเมื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าและค่าจัดส่งแล้วรบกวนแจ้งข้อมูลการโอน, ชื่อ, ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการจัดส่ง มาให้ทราบด้วยเพื่อประโยชน์แก่ตัวลูกค้าเอง และเพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบและจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง EMS ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่  http://track.thailandpost.co.th 
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 2 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง ลงทะเบียน ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่  http://track.thailandpost.co.th 
หรือตรวจสอบได้ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์นำจ่ายปลายทางของผู้รับสินค้า
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 5 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง ธรรมดา ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่สายด่วนไปรษณีย์ 1545 หรือตรวจสอบได้ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์นำจ่ายปลายทางของผู้รับสินค้า
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 7 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า


******************************************************************************
วิธีผสมปุ๋ย A
1. เตรียมกระบอกตวงขนาดประมาณ 1 ลิตร
2. ใส่ปุ๋ย A1 และ A2 ลงไปกระบอกตวงทั้งหมด
3. เทน้ำลงไปให้ถึงระดับ 1 ลิตร (1,000 ซีซี) แล้วคนให้ปุ๋ยละลายจนหมด จากนั้นให้เทปุ๋ย A ที่ผสมเสร็จแล้วลงไปในขวดเปล่าเก็บไว้ใช้งานได้ 


วิธีผสมปุ๋ย B
1. เตรียมกระบอกตวงขนาดประมาณ 1 ลิตร
2. ใส่ปุ๋ย B1 ถึง B5 ลงไปกระบอกตวงทั้งหมด
3. เทน้ำลงไปให้ถึงระดับ 1 ลิตร (1,000 ซีซี) แล้วคนให้ปุ๋ยละลายจนหมด จากนั้นให้เทปุ๋ย B ที่ผสมเสร็จแล้วลงไปในขวดเปล่าเก็บไว้ใช้งานได้ 


วิธีผสมปุ๋ย C
1. เตรียมกระบอกตวงขนาดประมาณ 1 ลิตร
2. ใส่ปุ๋ย C1 ถึง C3 ลงไปกระบอกตวงทั้งหมด
3. เทน้ำลงไปให้ถึงระดับ 1 ลิตร (1,000 ซีซี) แล้วคนให้ปุ๋ยละลายจนหมด จากนั้นให้เทปุ๋ย C ที่ผสมเสร็จแล้วลงไปในขวดเปล่าเก็บไว้ใช้งานได้ 

*การนำไปใช้ฉีดพ่นให้ผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วน 40 - 60 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร หรือ (2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร) ให้ฉีดพ่นสัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง ในช่วงเวลาตอนเช้าหรือเย็น ที่แสงแดดไม่จัดจนเกินไป หรือจะใส่ในระบบน้ำก็ได้ ในอัตราส่วน 2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร เช่นกัน

* แนะนำให้ใช้สารจับใบร่วมด้วยจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารทางใบเพิ่มขึ้น และอาจมีการเติมน้ำตาลกลูโคส อัตราส่วน 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 20 ลิตร ลงไปในน้ำที่ฉีดพ่นด้วยก็ได้เพิ่มให้พืชนำพาแคลเซียม ไปสู่ส่วนต่างๆได้ดียิ่งขึ้น



วิธีผสมปุ๋ย K 
1. เตรียมกระบอกตวงขนาดประมาณ 1 ลิตร
2. ใส่ปุ๋ย K ลงไปกระบอกตวง
3. เทน้ำลงไปให้ถึงระดับ 1 ลิตร (1,000 ซีซี) แล้วคนให้ปุ๋ย K ละลายจนหมด จากนั้นให้เทปุ๋ย K ที่ผสมเสร็จแล้วลงไปในขวดเปล่าเก็บไว้ใช้งานได้ 

*การนำไปใช้ฉีดพ่นให้ผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วนปุ๋ย K จำนวน  2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 5 - 7 วัน ในช่วงเวลาตอนเช้าหรือเย็น ที่แสงแดดไม่จัดจนเกินไป

* กรณีนำไปรดต้นไม้  ใช้ปุ๋ย K จำนวน  2 - 3 ซีซี/น้ำ 1 ลิตร   ทุกๆ 10 - 15 วัน


หมายเหตุ  (ข้อแนะนำในการผสมแม่ปุ๋ย A,B,C,K)

1. น้ำที่ใช้ผสมแม่ปุ๋ยแนะนำให้ใช้น้ำดื่มที่กรองด้วยระบบกรอง Reverse Osmosis (R.O.) โดยหาซื้อได้ใน ร้านเซเว่น, โลตัส ฯลฯ ได้แก่น้ำดื่ม ยี่ห้อ คูลลี่เฟรช, สปิงเคิล, โลตัส หรือยี่ห้ออะไรก็ได้ที่ผลิตด้วยวิธีกรอง R.O. (ซึ่งดูได้จากข้างขวด)  สาเหตุที่แนะนำให้ใช้น้ำ R.O. มาผสมแม่ปุ๋ย เนื่องจากน้ำ R.O. เป็นน้ำที่มีความบริสุทธิ์สูง มีค่าสารละลายในน้ำต่ำทำให้ปุ๋ยที่เราผสมมีความบริสุทธิ์สูง และสามารถเก็บไว้ใช้ได้นานกว่าใช้น้ำประปาผสม อีกทั้งน้ำ R.O. มีค่า pH อยู่ที่ประมาณ 5.0 - 5.5 ซึ่งเป็นค่าที่ธาตุอาหารพืชจะไม่ตกตะกอนอีกด้วย  ถ้าหากสามารถจัดหาน้ำฝนได้ก็สามารถใช้น้ำฝนได้ครับ เนื่องจากน้ำฝนเป็นน้ำที่มีความบริสุทธิสูง และมีค่า pH ต่ำเหมาะกับการละลายตัวของปุ๋ยเป็นอย่างดี


2. กรณีใช้น้ำประปาในการผสมปุ๋ย แนะนำให้ปรับค่า pH ของน้ำประปาก่อนนำมาผสมแม่ปุ๋ย ด้วยน้ำยา pH Down ให้ค่า pH อยู่ที่ 5.0 - 6.0

3. กรณีไม่มีกระบอกตวงให้ใช้ภาชนะอะไรก็ได้แต่ต้องวัดปริมาตรให้ได้ 1 ลิตร หรือ 1,000 ซีซี ก่อนแล้วใช้ปากกาเมจิกขีดเส้นระดับน้ำบอกปริมาตร 1 ลิตรเอาไว้ที่ขวดหรือภาชนะที่ใช้ผสมแล้วทำตามขั้นตอนการผสมปุ๋ยข้างต้น

4. ปุ๋ย A และ B  ที่ผสมได้ สามารถปลูกได้ทั้งผักสลัด, ผักไทย, ไม้ดอก, ไม้ผล

5. แนะนำให้ผสมปุ๋ยใช้แต่น้อยโดยใช้ให้หมดภายใน 4 เดือน เนื่องจากปุ๋ยที่อยู่ในรูปของแข็ง (ผง) จะเก็บได้นานหลายปี แต่เมื่อผสมเป็นของเหลวแล้วจะมีอายุการเก็บสั้นลง (เริ่มตกตะกอน) ดังนั้นจึงควรผสมใช้ทีละน้อยเพื่อให้ได้ปุ๋ยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเมื่อนำไปใช้งาน

6. วิธีเก็บรักษาแม่ปุ๋ยที่ผสมเป็นน้ำแล้วให้ใส่ขวดแล้วหุ้มด้วยกระดาษทึบแสง หรือใส่ถุงดำ นำไปเก็บไว้ในที่แห้ง, อุณหภูมิปกติ และไม่ถูกแสงแดดส่อง 


7. แม่ปุ๋ยแบบผงที่ยังไม่ได้ผสมให้เก็บรักษาด้วยการใส่ในถุงพลาสติกอีกชั้น มัดปากถุงให้แน่น หรือนำไปใส่ในกล่องพลาสติกที่ปิดสนิท (ถ้ามีซองกันชื้นใส่ไปด้วยก็จะดีมาก)  ซึ่งแม่ปุ๋ยแบบผงที่ยังไม่ได้ผสมสามารถเก็บไว้ได้นานหลายปี  ส่วนปุ๋ยน้ำที่ผสมแล้วส่วนใหญ่มีอายุการเก็บรักษาจะค่อนข้างสั้นโดยเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 4 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความบริสุทธิ์ของน้ำที่นำมาผสมแม่ปุ๋ย ซึ่งเมื่อผ่านไปประมาณ 4 เดือนแล้ว ปุ๋ยจะเริ่มตกตะกอนและเสื่อมสภาพในระยะเวลาประมาณ 6 - 8 เดือน 




รายละเอียดปุ๋ย A, B, C, K ที่จำหน่าย


ธาตุอาหาร A และ B (ธาตุอาหารหลัก-ธาตุอาหารรอง-ธาตุอาหารเสริม)
ธาตุอาหารสำหรับปลูกพืชไร้ดิน แบบผสมเอง สูตรสำหรับปลูกผักสลัด,ผักไทย,ผักจีน อัตราส่วน 1 : 200 ส่วนผสมของธาตุอาหาร เป็นสูตรที่ใช้สำหรับเมืองร้อนที่มีแสงแดดจัดตลอดทั้งปี โดยใช้ธาตุเหล็ก Fe-EDDHA (เหล็กม่วง) ที่สามารถทนค่า pH สูงสุดได้ประมาณ 10.0 ซึ่งธาตุเหล็กที่ใช้โดยทั่วไปในท้องตลาดจะทนค่า pH ระดับนี้ไม่ได้และจะตกตะกอนหมด จนพืชไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้  ส่วนธาตุอาหาร B มีส่วนผสมของโมโนแอมโมเนียมฟอสเฟต ซึ่งเป็นตัวช่วยรักษาระดับค่า pH ในน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมคือประมาณ 6.0 ทำให้ผู้ปลูกประหยัดน้ำยา pH Down ในการปรับค่า pH  ปุ๋ย A,B ขนาด 1 ลิตรนี้ สามารถนำไปใช้ผสมน้ำเพื่อใช้ในการปลูกผักสลัดได้ประมาณ 500 ลิตร


อัตราการใช้งานธาตุอาหาร A และ B

ชนิดของพืช
อัตราส่วน A และ B
อย่างละ
ค่า EC
ms/cm
ผักสลัด
2.0 - 2.5 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
1.1 - 1.5
กวางตุ้ง, โขม, ปวยเล้ง, ผักบุ้ง
2.5 - 3.0 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
1.5 - 2.0
ผักชี, คื่นฉ่าย, ร็อกเก็ต, มิซูน่า
2.5 - 3.0 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
1.5 - 2.0
ฮ่องเต้, พริก
3.0 - 3.5 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
1.8 - 2.5
คะน้า
3.5 - 5.0 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
2.5 - 4.0
มะเขือเทศ
3.0 - 5.0 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
2.0 - 4.0
แตงกวา, เมล่อน, แตงโม
2.5 - 3.0 ซีซี /น้ำ 1 ลิตร
1.5 - 2.0

1. การผสมธาตุอาหาร A และ B ลงในน้ำที่ใช้ปลูกพืชแนะนำให้ทิ้งระยะห่างการผสมประมาณ 4 ชั่วโมงขึ้นไป  หรือถ้ากวนธาตุอาหาร A ผสมเข้ากับน้ำดีแล้วสามารถเติมธาตุอาหาร B ลงไปได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบ 4 ชั่วโมงก็ได้

สาเหตุ ที่ต้องผสมปุ๋ย A ให้เข้ากับน้ำให้ดีก่อนเติมปุ๋ย B เนื่องจาก ธาตุอาหารทั้งสองชนิดนี้ไม่สามารถผสมกันที่ความเข้มข้นสูงได้ หากผสมกันจะทำให้ธาตุอาหารพืชจับตัวกันและตกตะกอนจนพืชไม่สามารถดูดซึมไปใช้งานได้

2. ควรมีการวัดและปรับค่า EC และ pH ของน้ำในแปลงปลูกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด (สำหรับผู้ไม่มีเครื่องวัดค่า EC และ pH ควรเปลี่ยนน้ำทุกๆ 7 - 10 วัน)




ตารางแสดงค่า pH สารละลายธาตุอาหารที่มีผลต่อธาตุเหล็กชนิดต่างๆ 

- Fe-EDDHA (เหล็กม่วง)  เปอร์เซนต์ของธาตุเหล็ก   6.0%  ทนค่า pH สูงสุด 10.0
- Fe-DTPA (เหล็กแดง)     เปอร์เซนต์ของธาตุเหล็ก   6.0%  ทนค่า pH สูงสุด   7.5
- Fe-EDTA (เหล็กเหลือง) เปอร์เซนต์ของธาตุเหล็ก 13.5%  ทนค่า pH สูงสุด   6.5

*********************************************************************************

ธาตุอาหาร C (แคลเซียม-โบรอน-ธาตุอาหารเสริม) ใหม่ผสม "นิเกิ้ล"


          ประกอบด้วยธาตุอาหารหลัก, ธาตุอาหารรองและธาตุอาหารเสริม ที่ใช้สำหรับฉีดพ่นทางใบเพื่อเพิ่มความสมบูรณ์ให้พืชผัก  โดยสามารถใช้ได้กับพืชทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น ไม้ผล, ไม้ดอก, พืชสวน, พืชไร่  โดยเฉพาะพืชสวนในช่วงที่พืชเริ่มแทงช่อดอก หรือช่วงขยายผล ซึ่งเป็นช่วงที่พืชมีความจำเป็นต้องการธาตุทั้ง 2 ชนิด มากเป็นพิเศษคือ (แคลเซียม-โบรอน) ถ้าหากพืชได้รับสารอาหารทั้ง 2 ชนิดนี้ไม่เพียงพอกับความต้องการจะทำให้ดอกผสมติดได้น้อย ดอกร่วง พืชไม่แตกยอดอ่อน

          ธาตุอาหาร C จะช่วยให้เกสรตัวผู้ ผสมกับไข่ได้ดีขึ้น ทำให้ขั้วดอก ขั้วผลเหนียว ลดปัญหาการหลุดร่วง นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นการสร้างตายอดและเพิ่มปริมาณดอก ช่วยขยายขนาดของผล  เพิ่มคุณภาพผลผลิต ทำให้เนื้อแน่น รสชาติดี มีสีสรรสวย 

          พืชจำพวกผักสลัดต่างๆ ที่มักจะแสดงอาการขาดธาตุอาหารดังกล่าว โดยแสดงอาการที่ขอบใบอ่อนของสลัด คือจะมีลักษณะใบหงิกงอ แห้งกรอบเป็นสีน้ำตาล ซึ่งเรียกอาการดังกล่าวว่า Tip Burn ซึ่งมักพบมากสุดในช่วงฤดูร้อน และพบในสลัดเกือบทุกชนิดแต่จะพบมากที่สุดคือสลัดคอส, บัตเตอร์เฮด รวมถึงสลัดประเภทห่อหัวต่างๆ วิธีป้องกันและลดอาการ Tip Burn ทำได้โดยการลดค่า EC ลงในช่วงอาการร้อนหรือแสงแดดจัด โดยใช้ร่วมกับธาตุอาหาร C จะเป็นการช่วยป้องกันและลดอาการดังกล่าวได้ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คลิ๊ก)

          ปัจจุบันมีการค้นพบว่าธาตุอาหารรองของพืชเพิ่มขึ้นมาอีกชนิดหนึ่งคือ นิเกิ้ล ซึ่งเป็นธาตุอาหารพืชที่มีผลการวิจัยจากสถาบัน Agricultural Research Service Plant, Soil and Nutrition Laboratory in Ithaca ในนิวยอร์ค ว่า นิเกิ้ล เป็นธาตุที่มีความสำคัญต่อระบบเอนไซม์ ที่มีผลต่อการปลดปล่อยไนโตรเจนให้อยู่ในรูปอนุมูลที่พืชดูดซึมไปใช้ได้ และยังช่วยส่งเสริมการดูดซึมธาตุเหล็กของพืชให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น
   
          โดยปกติพืชจะมีการสะสมธาตุนิเกิ้ลไว้ในเมล็ดเพื่อประโยชน์ในการงอก หากพืชมีการสะสมของปริมาณของนิเกิ้ลไว้อย่างเพียงพอ จะทำให้เปอร์เซ็นต์การงอกของเมล็ดในพืชนั้นๆ สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพืชที่ต้องใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์


การใช้ธาตุอาหาร C สำหรับพืชผักแต่ละชนิด (อัตราส่วน 2 - 3 ซีซี ต่อน้ำ 1 ลิตร)
ปุ๋ย C จำนวน 1 ลิตร ผสมน้ำฉีดพ่นได้ประมาณ 300 - 500 ลิตร

1. ไม้ผล เช่น ส้ม มะม่วง เงาะ ทุเรียน มังคุด ฝรั่ง มะนาว ชมพู่ ลองกอง ลิ้นจี่ ลำไย ฯลฯ  
ฉีดพ่น 2 - 3 ครั้ง ในระยะก่อนดอกบาน ระยะเริ่มติดผล และระยะ 1 เดือนก่อนเก็บเกี่ยว

2. พืชผักให้ผล เช่น มะเขือ มะเขือเทศ แตงโม แตงกวา ฟักทอง ถั่วฝักยาว ถั่วเหลือง ถั่วเขียว  พริก ข้าว ฉีดพ่นทุก 7-10 วัน ตั้งแต่เริ่มออกดอกจนเก็บเกี่ยว

3. พืชผัก เช่น ผักสลัด, คะน้า, กะหล่ำปลี, ผักกาดขาวปลี, ผักกาดเขียวปลี, หน่อไม้ฝรั่ง ฯลฯ 
ฉีดพ่นทุก 7 - 10 วัน ตั้งแต่หลังย้ายกล้าจนเก็บเกี่ยว หรือสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

4. พืชหัว เช่น มันฝรั่ง มันเทศ ผักกาดหัว หอมหัวใหญ่ หอมแดง กระเทียม แห้ว ฯลฯ 
ฉีดพ่นทุก 7 - 10 วัน ตั้งแต่เริ่มลงหัวจนเก็บเกี่ยว 

5. ไม้ดอกไม้ประดับ เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ เบญจมาศ ดาวเรือง มะลิ เยอบีร่า คาร์เนชั่น ฯลฯ 
ฉีดพ่นทุก 10-15 วัน ในระยะต้นกำลังเจริญเติบโต 

* สามารถนำปุ๋ย C ไปผสมฉีดพ่นพร้อมกับสารป้องกัน-กำจัดโรคพืชและแมลงได้

*********************************************************************************

*สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมล์ zen-hydroponics@hotmail.com หรือที่ 087-177-6447 (คุณเอก)

ไม่มีความคิดเห็น: