วันเสาร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2556

สินค้า pH Down / pH UP

1. pH Down น้ำยาลดค่า pH ของน้ำ (กรดไนตริค+ฟอสฟอริค ความเข้มข้น 10%)


pH Down (กรดไนตริก+กรดฟอสฟอริค ความเข้มข้น 10%)
ใช้ปรับลดค่า pH ของน้ำให้ลดลง

- ขนาด      70 ซีซี    ราคา      20 บาท
- ขนาด    500 ซีซี    ราคา      60 บาท

* กรณีซื้อ pH UP หรือ pH Down ขนาด 500 ซีซี 2 ขวดขึ้นไป ราคาขวดละ 50 บ.

หมายเหตุ
1. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าจัดส่ง

2. แนะนำให้ผู้ใช้ค่อยเติมกรดทีละน้อย พร้อมทำการวัดค่าควบคู่ไปด้วยเพื่อความถูกต้อง

3. pH Down ที่จำหน่ายในท้องตลาดทั่วไปจะใช้กรดไนตริกความเข้มข้นแค่ 3% - 5% ทำให้ต้องใช้กรดปริมาณมากเพื่อลดค่า pH ให้อยู่ในระดับ 5.8 - 6.8  ทำให้สิ้นเปลื้องการใช้ค่อนข้างมาก

4. สำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องวัดค่าเป็นกรด-ด่างของน้ำ หรือ pH Meter แนะนำให้สังเกตุที่ผิวน้ำผสมปุ๋ยที่ใช้ปลูกถ้าเริ่มเห็นลักษณะของผิวน้ำเป็นฝ้าหรือคล้ายมีคราบน้ำมันลอยอยู่บนผิวน้ำ ผู้ปลูกอย่างปล่อยทิ้งไว้นานเพราะลักษณะดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าน้ำเริ่มมีความเป็นด่างมากขึ้น จึงทำให้ธาตุอาหารพืชบางตัวอยู่ในสภาวะที่พืชดูดซึมไม่ได้  แนะนำให้ผู้ปลูกใช้ pH Down ค่อยๆ หยดลงในน้ำทีละน้อยและกวนน้ำให้ฝ้านั้นแตกตัว และคอยสังเกตุว่าฝ้านั้นไม่กลับมาก็เป็นอันใช้ได้ครับ (สำหรับผู้ที่ไม่มีเครื่องมือวัดค่า pH ต้องระมัดระวังในการใช้ pH Down โดยจะต้องเติม pH Down ในน้ำทีละน้อย อย่าเติมมากเกินไปเพราะอาจทำให้น้ำมีความเข้มข้นของกรดสูงเกินไปจนเป็นอันตรายกับรากพืชได้ครับ)


ความรู้ในการปรับค่า pH
          ในการปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์นั้น  การควบคุมค่าความเป็นกรด-ด่าง ( pH ) ของสารละลายในระบบ ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เป็นสิ่งจำเป็นไม่น้อยไปกว่าการใส่ธาตุอาหารให้กับพืช  หากไม่สามารถรักษาระดับความเป็นกรด-ด่างให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการปลูกพืชไว้ได้  จะทำให้พืชไม่สามารถดูดซึมธาตุอาหารที่มีในระบบ ไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่

          ค่า pH ของสารละลายโดยทั่วไปควรอยู่ในช่วง 5.8 - 6.8 หรือให้ดีที่สุดอยู่ในช่วง 5.8 - 6.2  ซึ่งเป็นช่วงที่พืชสามารถดูดใช้ธาตุอาหารทุกตัวได้ดี  แต่หากค่า pH ของสารละลายต่ำกว่า 4 จะเป็นอันตรายต่อรากพืช ในทางตรงข้ามถ้า pH สูงกว่า 7 ติดต่อกันนาน 2 - 3 วัน จะทำให้การดูดใช้ ฟอสฟอรัส เหล็ก และแมงกานีส ผิดปกติ  เนื่องจากธาตุอาหารดังกล่าวจะตกตะกอนในสภาวะที่น้ำมีค่า pH เกินกว่า 7 ขึ้นไป  ทำให้พืชขาดธาตุอาหารดังกล่าวจนแสดงอาการออกมาได้ 

          โดยปกติเมื่อปลูกพืชในระบบไฮโดรฯ  ค่า pH ของสารละลายจะสูงขึ้นเรื่อยๆ  ยิ่งพืชโตขึ้นมากเท่าใด  ค่า pH จะยิ่งสูงขึ้นตาม  ทั้งนี้เพราะ ในการเจริญเติบโตทางลำต้นและใบ (vegetative growth) พืชจะมีการดูดใช้ ไนเตรทอิออน (NO3-) เป็นส่วนใหญ่ (ดูดใช้ประจุลบมากกว่าบวก) จึงมีการปล่อยอนุมูลไบคาร์บอเนต (HCO3-) ออกมาในปริมาณเท่ากัน ทำให้ pH ของสารละลายเพิ่มขึ้น  ในการปลูกพืชในระบบไฮโดรโพนิกส์จึงต้องวัดค่า pH สม่ำเสมอและปรับค่าให้เหมาะสมตามช่วงการเจริญเติบโตของพืชนั้นๆ ยกตัวอย่างการปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโพนิกส์จะมีการกำหนดค่า pH ของการปลูกพืชเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 (ระยะเจริญเติบโต)              อยู่ในช่วงวันที่   1 - 28              กำหนดค่า pH อยู่ที่ 5.8 - 6.5
ระยะที่ 2 (ระยะสร้างผลผลิต)            อยู่ในช่วงวันที่         29 ขึ้นไป    กำหนดค่า pH อยู่ที่ 6.5 - 6.8


          ในการปรับค่า pH ของสารละลาย  เรานิยมใช้ กรดไนตริก หรือกรดฟอสฟอริก ซึ่งการเติมกรดทั้ง 2 ชนิดนี้จะช่วยลดค่า pH ในน้ำให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว อนุมูลของกรดทั้งสองชนิดนี้เมื่อแตกตัวจะทำให้ได้ธาตุอาหารพืชที่แตกต่างกันออกไปคือ กรดไนตริก จะได้ไนโตรเจน (N) และกรดฟอสฟอริกจะได้ฟอสฟอรัส (P)  ส่วนการใช้สูตรสารละลายธาตุอาหารที่มีแอมโมเนียมเป็นส่วนผสมก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการรักษาสมดุล pH ในช่วงฤดูร้อน  เพราะ เมื่อมีอนุมูล NH4+ ในสารละลายการดูดใช้อนุมูลนี้ของพืชจะเกิดการปลดปล่อยอนุมูลไฮโดรเจนออกมา ทำให้ pH ลดลงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตามต้องระวังไม่ให้อนุมูล NH4+ เพิ่มเกิน 10% ของความเข้มข้นของอนุมูล NO3- ในสารละลาย เนื่องจาก NH4+ ที่ความเข้มข้นสูงๆ เป็นอันตรายต่อพืชได้





ข้อดีของกรดทั้ง 2 ชนิดในการลดค่า pH
1.  กรดไนตริก (HNO3)   จะช่วยเพิ่มไนโตรเจน (N) ในสารละลาย   มีราคาถูก เป็นที่นิยมใช้กันมาก
2.  กรดฟอสฟอริก (H3PO4)  จะช่วยเพิ่มฟอสฟอรัส  (P) ในสารละลาย แต่มีราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับกรดชนิดอื่น   แต่สามารถลด pH ได้ดีกว่ากรดชนิดอื่นๆ ในปริมาณการใช้ที่เท่ากัน

หมายเหตุ
1. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าจัดส่ง
2. แนะนำให้ผู้ใช้ค่อยเติมกรดทีละน้อย พร้อมทำการวัดค่าควบคู่ไปด้วยเพื่อความถูกต้อง
3. การปรับลดค่า pH ต่ำเกินไปจะส่งผลต่อความแข็งแรงของรากพืช ให้รากพืชได้รับอันตรายจากการกัดกร่อนของกรดที่มากเกินไป ค่า pH ที่ปรับสำหรับการปลูกพืชจึงไม่ควรต่ำกว่า 5.5  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปลายของการปลูกพืช (ระยะก่อนเก็บเกี่ยว) อย่าให้ค่า pH ต่ำเกิน 6.5 เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงที่พืชต้องการใช้ ธาตุแคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม ในปริมาณที่สูงขึ้น

***********************************************************************

2. pH UP น้ำยาเพิ่มค่า pH ของน้ำ (โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์ ความเข้มข้น 10%)


pH UP (โพแทสเซียมไฮดรอกไซท์ ความเข้มข้น 10%)
ใช้ปรับเพิ่มค่า pH ของน้ำให้สูงขึ้น

- ขนาด      70 ซีซี    ราคา      20 บาท
- ขนาด    500 ซีซี    ราคา      60 บาท

* กรณีซื้อ pH UP หรือ pH Down ขนาด 500 ซีซี 2 ขวดขึ้นไป ราคาขวดละ 50 บ.

หมายเหตุ
1. ราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าจัดส่ง
2. แนะนำให้ผู้ใช้ค่อยเติมด่างทีละน้อย พร้อมทำการวัดค่าควบคู่ไปด้วยเพื่อความถูกต้อง
3. การปรับเพิ่มค่า pH ให้สูงเกินไปจะมีผลกระทบต่อธาตุอาหารพืชบางชนิด เช่น เหล็ก, สังกะสี, ทองแดง และ แมงกานีส  จนทำให้พืชเริ่มแสดงอาการขาดธาตุอาหาร ได้ ดังนั้นควรศึกษาและทำความเข้าใจในการปรับค่า pH ให้ถูกต้องก่อนปรับ เพื่อให้พืชได้รับธาตุอาหารในปริมาณที่เหมาะสมตามช่วงอายุการปลูกของพืชนั้นๆ


วิธีการสั่งซื้อ :

1. ลูกค้าสอบถามรายละเอียดสินค้าและแจ้งรายการสั่งซื้อได้ที่
(ช่องทาง รับออเดอร์ และรับฝากคำถาม สะดวกที่สุดคือทาง Line และทาง E-mail)

สำนักงานใหญ่ (อ.เมือง  จ.เชียงใหม่)
คุณเอก   โทร.087-177-6447
อีเมล์       : zen-hydroponics@hotmail.com

Line ID  : @mnt0664n


Line ID  : zenhydro



สาขาหางดง (อ.หางดง  จ.เชียงใหม่)
คุณตู่   โทร.086-184-7751

Line ID  : @wht6763k






Line ID  : 0861847751









2. ทางเซนฯ แจ้งยอดชำระ (พร้อมวิธีจัดส่งให้ลูกค้าเลือก)

3. ลูกค้าเลือกวิธีการจัดส่ง พร้อมโอนเงินชำระค่าสินค้า+ค่าจัดส่ง



ธนาคารสำหรับชำระค่าสินค้า
ธนาคารกสิกรไทย สาขา กาดฝรั่ง (เชียงใหม่)
ชื่อบัญชี นาย เอกชัย นำเจริญ
ประเภทออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 500-2-08020-8


4. ลูกค้าแจ้งการรายละเอียดการชำระเงิน และชื่อ-ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าที่
คุณ เอก   โทร.087-177-6447   (สำนักงานใหญ่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่)
คุณ ตู่       โทร.086-184-7751   (สาขา อ.หางดง เชียงใหม่)
อีเมล์       : zen-hydroponics@hotmail.com
Line ID  : zenhydro


ข้อมูลที่ลูกค้าต้องแจ้งหลังจากโอนเงินชำระค่าสินค้าและค่าจัดส่ง
              - โอนเข้าธนาคาร ......................................................
              - วันที่โอน...................................................................
              - เวลาที่โอน ...............................................................
              - ยอดเงินที่โอน ..........................................................
              - ชื่อ,สกุลผู้รับสินค้า ....................................................
              - ที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า .............................................
              - เบอร์โทรลูกค้า ..........................................................

5. หลังจากรับแจ้งการโอนเงินจากลูกค้า ทางเซนฯ จะตรวจสอบหลักฐานการโอนเงินเรียบร้อย
จึงทำการจัดส่งสินค้าให้ลูกค้า และแจ้งการจัดส่งให้ลูกค้าทราบอีกครั้งหนึ่ง


เงื่อนไข
* ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้ากรุณาอย่าพึ่งโอนเงินค่าสินค้ามาจนกว่าจะได้รับการยืนยันยอดการโอน

* กรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงรายการกรุณาแจ้งให้ทางเซนฯ ทราบก่อนทำการโอนเงิน เพื่อให้ทางเซนฯ คำนวณยอดสินค้าและค่าจัดส่งให้ลูกค้าทราบใม่อีกครั้ง

* ก่อนทำการโอนเงินลูกค้าทำการตรวจสอบรายการสินค้าหรือยอดรวมเงินก่อนทุกครั้ง หากรายการสินค้าไม่ครบถ้วนหรือยอดรวมเงินผิดพลาด ให้ลูกค้าโต้แย้งเพื่อให้ทางเซนฯ ทำการรวมยอดใหม่อีกครั้ง

*  ทางเซนฯ จะทำการจัดส่งสินค้าทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ โดยตัดรอบส่งประจำวันเวลา 10.00 น. ทางเซนฯยกเว้นส่งสินค้าใน วันเสาร์, อาทิตย์ และวันหยุดทำการไปรษณีย์ 

* การแจ้งรหัสติดตามสินค้า จะแจ้งให้ลูกค้าทราบหลังเวลา 16.00 น. เป็นต้นไป  หากลูกค้ายังไม่ได้รับแจ้งหมายเลขการจัดส่งสินค้าในวันนัดส่งหลังเวลา 16.00 น. ให้สอบถามหรือติดต่อเข้ามาสอบถามได้

* ลูกค้าเมื่อโอนเงินชำระค่าสินค้าและค่าจัดส่งแล้วรบกวนแจ้งข้อมูลการโอน, ชื่อ, ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ใช้ในการจัดส่ง มาให้ทราบด้วยเพื่อประโยชน์แก่ตัวลูกค้าเอง และเพื่อความรวดเร็วในการตรวจสอบและจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง EMS ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่  http://track.thailandpost.co.th 
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 2 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง ลงทะเบียน ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่  http://track.thailandpost.co.th 
หรือตรวจสอบได้ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์นำจ่ายปลายทางของผู้รับสินค้า
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 5 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า

การจัดส่ง ธรรมดา ลูกค้าสามารถตรวจสอบสถานะสินค้าได้ที่สายด่วนไปรษณีย์ 1545 หรือตรวจสอบได้ที่เคาน์เตอร์ไปรษณีย์นำจ่ายปลายทางของผู้รับสินค้า
ระยะเวลาในการจัดส่งไม่เกิน 7 วันทำการไปรษณีย์ ไม่นับรวมวันจัดส่งสินค้า